← กลับหน้ารวมบทความ
POWER QUERY · COMBINE FILES

รวมไฟล์ Excel หลายไฟล์ด้วย Power Query ทำครั้งเดียว ครั้งต่อไปแค่ Refresh

ถ้าทุกเดือนคุณต้องเปิดไฟล์ยอดขายหลายสาขา แล้ว Copy / Paste มาต่อกันในไฟล์หลัก Power Query ช่วยเปลี่ยนงานเดิมให้กลายเป็นขั้นตอนที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ตั้งค่าครั้งแรกให้ถูก แล้วรอบถัดไปเพิ่มไฟล์และ Refresh

เหมาะกับ: บัญชี · Admin · Sales · Logistics เครื่องมือ: Excel Power Query โจทย์: รวมหลายไฟล์อัตโนมัติ
ลด Copy / Paste รวมไฟล์จาก Folder แทนการเปิดทีละไฟล์แล้วต่อข้อมูลเอง
จำขั้นตอนการจัดข้อมูล Clean และ Transform ครั้งแรก แล้วใช้ขั้นตอนเดิมกับข้อมูลรอบใหม่
รอบใหม่ใช้ Refresh เมื่อโครงสร้างไฟล์ยังสอดคล้องกับที่ตั้งไว้ ก็อัปเดตข้อมูลได้ง่ายขึ้น

1 ทำไมรวมไฟล์ด้วย Power Query ดีกว่า Copy / Paste?

สมมติว่าทุกเดือนคุณได้รับไฟล์ยอดขายจาก 10 สาขา แต่ละไฟล์มีคอลัมน์เหมือนกัน เช่น วันที่ เลขที่บิล สินค้า จังหวัด และยอดขาย วิธีที่หลายคนคุ้นเคยคือเปิดไฟล์ทีละไฟล์แล้ว Copy มาต่อใน Master File

วิธีเดิม: Copy / Paste

เปิดหลายไฟล์ → Copy → Paste → ลบคอลัมน์ที่ไม่ใช้ → แก้ชนิดข้อมูล → เดือนใหม่กลับมาทำใหม่อีกครั้ง

Power Query: Save the Steps

เชื่อม Folder → ตั้งขั้นตอนรวมและจัดข้อมูล → รอบใหม่เพิ่มไฟล์ → Refresh เพื่อให้ขั้นตอนเดิมทำงานอีกครั้ง

แนวคิดสำคัญ: Power Query เหมาะกับงานที่มี Pattern เดิมซ้ำ ๆ เช่น ไฟล์รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือไฟล์จากหลายสาขาที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกัน

2 ตัวอย่างงานจริง: รวมไฟล์ยอดขายจากหลายสาขา

สมมติเรามีโฟลเดอร์ชื่อ Sales_2026 ภายในมีไฟล์จากแต่ละสาขา ดังนี้

📁 Sales_2026 ตัวอย่างโครงสร้าง Folder
ชื่อไฟล์ ประเภท ข้อมูล
Sales_Bangkok.xlsx Excel 1,240 แถว
Sales_North.xlsx Excel 860 แถว
Sales_South.xlsx Excel 1,015 แถว
Sales_East.xlsx Excel 930 แถว

เป้าหมายคือรวมข้อมูลจากทุกไฟล์ให้เป็นตารางเดียว เพื่อนำไปทำ Pivot Table, Dashboard หรือรายงานประจำเดือนต่อ

01 · Folder เก็บไฟล์ที่ต้องการรวมไว้ด้วยกัน
02 · Power Query เชื่อมโฟลเดอร์และ Combine
03 · Clean Data ลบ / เปลี่ยนชื่อ / กำหนดชนิดข้อมูล
04 · Load นำข้อมูลรวมไปใช้ทำรายงานต่อ

3 ก่อนรวมไฟล์ ควรเตรียมโฟลเดอร์อย่างไร?

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะการรวมไฟล์จะทำงานได้ง่ายเมื่อไฟล์ต้นทาง มีโครงสร้างที่สอดคล้องกัน

เก็บเฉพาะไฟล์ที่ต้องการรวมไว้ใน Folder ที่กำหนด
ใช้ Header คอลัมน์ชื่อเดียวกัน เช่น Date, Product, Sales
ให้แต่ละไฟล์เก็บข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน เช่น Table หรือ Sheet ที่กำหนด
หลีกเลี่ยงแถว Total, Merge Cell และหัวตารางหลายชั้นใน Data Source
Power Query สามารถเห็นไฟล์ในโฟลเดอร์และโฟลเดอร์ย่อยได้ ดังนั้นอย่าใส่ไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้องปนอยู่ ถ้าจำเป็น ควรกรองด้วยชื่อไฟล์, Extension หรือ Folder Path ก่อน Combine

สำหรับไฟล์ที่มีคอลัมน์ชื่อเดียวกัน Power Query สามารถจับคู่ตามชื่อคอลัมน์ได้ จึงไม่จำเป็นว่าคอลัมน์ต้องเรียงลำดับเหมือนกันทุกไฟล์ แต่ชื่อและโครงสร้างโดยรวมควรสอดคล้องกัน

4 วิธีรวมไฟล์ Excel หลายไฟล์ด้วย Power Query

01
ไปที่ Data → Get Data → From File → From Folder

เลือก Folder ที่เก็บไฟล์ทั้งหมดที่ต้องการรวม ชื่อเมนูอาจต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Excel

02
ตรวจรายชื่อไฟล์ที่ Power Query พบ

เช็กว่ามีเฉพาะไฟล์ที่ต้องการ ถ้ามีไฟล์อื่นปน ให้เลือก Transform Data เพื่อกรองก่อน Combine

03
เลือก Combine & Transform Data

วิธีนี้เหมาะเมื่อเราต้องการตรวจและปรับข้อมูลก่อน Load เช่น ลบคอลัมน์ เปลี่ยนชื่อ หรือกำหนด Data Type

04
เลือกตัวอย่างข้อมูลจาก Sample File

Power Query จะใช้ไฟล์ตัวอย่างเพื่อสร้างขั้นตอนสำหรับไฟล์อื่นที่มีโครงสร้างสอดคล้องกัน

05
ตรวจข้อมูลใน Power Query Editor

ลบคอลัมน์ที่ไม่ใช้ กำหนดชนิดข้อมูล กรองแถว และตรวจว่าข้อมูลทุกไฟล์ถูก Append ต่อกันแล้ว

06
Home → Close & Load

โหลดผลลัพธ์กลับ Excel หรือเลือก Load To ตามรูปแบบที่ต้องการใช้งานต่อ

5 Sample File คืออะไร? ทำไมแก้ที่เดียวแล้วกระทบทุกไฟล์?

ตอนใช้ Combine Files, Power Query จะเลือกไฟล์หนึ่งเป็น Sample File เพื่อสร้างขั้นตอนแปลงข้อมูลตัวอย่าง จากนั้นจึงนำ Logic เดียวกันไปใช้กับไฟล์อื่น ๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณลบ 2 แถวแรก เปลี่ยนชื่อคอลัมน์ และกำหนดคอลัมน์ Sales เป็น Decimal Number ในชุดตัวอย่าง Power Query จะพยายามใช้ขั้นตอนเดียวกันกับไฟล์อื่นใน Folder

เพราะเหตุนี้ ถ้าไฟล์ใดไฟล์หนึ่งมีโครงสร้างต่างจากเพื่อนมาก เช่น ชื่อ Sheet เปลี่ยน หัวตารางเพิ่มอีกแถว หรือชื่อคอลัมน์ไม่เหมือนเดิม Query อาจ Error ตอน Refresh

6 เทคนิคสำคัญ: เก็บชื่อไฟล์ต้นทางไว้ด้วย

เวลารวมหลายไฟล์ อย่ารีบลบคอลัมน์ชื่อไฟล์ต้นทางทั้งหมดครับ เพราะคอลัมน์อย่าง Source.Name มีประโยชน์มากในการตรวจสอบว่าข้อมูลแต่ละแถวมาจากไฟล์ไหน

ถ้าลบชื่อไฟล์ออกทันที

เมื่อพบยอดผิด อาจย้อนกลับไปหาไฟล์ต้นทางได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อรวมข้อมูลจากหลายสาขาหรือหลายเดือน

ถ้าเก็บ Source.Name ไว้

สามารถใช้เป็น Audit Trail เบื้องต้น กรองดูข้อมูลจากไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง หรือแยกชื่อสาขา / เดือนจากชื่อไฟล์ได้ต่อ

ตัวอย่างชื่อไฟล์ Sales_BKK_2026-10.xlsx สามารถใช้ชื่อไฟล์ช่วยระบุสาขาและรอบข้อมูลได้ โดยเฉพาะในงานที่ข้อมูลในแต่ละไฟล์ไม่ได้มีคอลัมน์ Source อยู่แล้ว

7 เดือนใหม่มาแล้ว ต้องทำอะไร? — เพิ่มไฟล์แล้ว Refresh

สมมติเดือนนี้มีไฟล์ใหม่ชื่อ Sales_October.xlsx และโครงสร้างยังเหมือนเดิม สิ่งที่ต้องทำคือวางไฟล์เข้า Folder เดิม แล้ว Refresh Query

เดือนใหม่ ได้รับไฟล์เพิ่ม
วางใน Folder โครงสร้างยังเหมือนเดิม
Refresh Power Query ทำขั้นตอนเดิม
Report Ready ข้อมูลรวมพร้อมใช้ต่อ
นี่คือจุดที่ทำให้ Power Query ต่างจากการ Copy / Paste: คุณไม่ได้ทำขั้นตอนเดิมด้วยมืออีกครั้ง แต่ให้ Query ที่ตั้งค่าไว้ใช้ Logic เดิมกับข้อมูลรอบใหม่

อย่างไรก็ตาม Refresh ไม่ได้แปลว่ารับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงได้เอง ถ้าโครงสร้างไฟล์ต้นทางเปลี่ยน เช่น ชื่อคอลัมน์หรือชื่อ Sheet เปลี่ยน อาจต้องเข้าไปปรับ Query ให้รองรับโครงสร้างใหม่

8 6 จุดที่ทำให้รวมไฟล์แล้ว Error หรือข้อมูลไม่ครบ

1. มีไฟล์อื่นปนใน Folder

เช่นไฟล์เก่า ไฟล์ Backup หรือไฟล์ชนิดอื่น ควรกรอง Name / Extension ก่อน Combine

2. มีไฟล์ชั่วคราว ~$...

Excel อาจสร้าง Temporary File ขณะเปิดไฟล์ ถ้า Query เห็นไฟล์เหล่านี้ควรกรองออก

3. ชื่อ Sheet หรือ Table เปลี่ยน

ขั้นตอนที่สร้างจาก Sample File อาจหา Object เดิมไม่เจอ และทำให้ Refresh Error

4. Header ไม่เหมือนกัน

ชื่อคอลัมน์เพิ่ม หาย หรือสะกดต่าง อาจทำให้ขั้นตอน Select / Rename / Type ใช้งานไม่ได้

5. ชนิดข้อมูลเปลี่ยน

ตัวเลขบางไฟล์กลายเป็น Text หรือ Date Format ต่างกัน ควรตรวจ Data Type ใน Power Query

6. ย้าย Folder ต้นทาง

ถ้า Path เปลี่ยน Query เดิมอาจหาไฟล์ไม่เจอ ต้องแก้ Source ให้ชี้ไปตำแหน่งใหม่

ก่อน Refresh รายงานสำคัญ ควรตรวจจำนวนแถว ยอดรวม และ Source.Name เทียบกับไฟล์ต้นทางอย่างน้อยบางส่วน เพราะ “Refresh ผ่าน” ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลถูกต้องทุกแถวเสมอไป

9 รวมไฟล์เสร็จแล้ว ทำอะไรต่อ?

Power Query ทำหน้าที่เด่นในช่วง นำเข้า → Clean → Transform → Combine หลังจากข้อมูลพร้อมแล้ว คุณสามารถนำไปสรุปต่อด้วย Pivot Table หรือสร้าง Data Model / Dashboard ต่อได้

หลายไฟล์ รายเดือน / หลายสาขา
Power Query รวมและจัดข้อมูล
Pivot Table สรุปและวิเคราะห์
Report พร้อมนำเสนอ
ถ้าปัญหาของคุณคือ “ข้อมูลมาจากหลายไฟล์” เริ่มด้วย Power Query ก่อน แต่ถ้าข้อมูลรวมเรียบร้อยแล้วและต้องการสรุปรายงาน Pivot Table อาจเป็นเครื่องมือถัดไปที่เหมาะกว่า

10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรวมไฟล์ด้วย Power Query

ไฟล์ทุกไฟล์ต้องมีคอลัมน์เรียงเหมือนกันไหม?

ควรมี Schema และชื่อคอลัมน์ที่สอดคล้องกัน แต่คอลัมน์ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับเหมือนกันทุกไฟล์เสมอไป เพราะ Power Query สามารถจับคู่ตามชื่อคอลัมน์ได้ในกระบวนการรวมไฟล์

ถ้าเดือนใหม่มีไฟล์เพิ่ม ต้องสร้าง Query ใหม่ไหม?

ถ้าไฟล์ใหม่อยู่ใน Folder เดิมและโครงสร้างยังสอดคล้องกับที่ตั้งไว้ โดยทั่วไปสามารถเพิ่มไฟล์แล้ว Refresh Query เดิมได้

รวมไฟล์ CSV ได้ไหม?

ได้ Power Query รองรับการนำเข้าและรวมไฟล์หลายประเภท แต่ควรให้ไฟล์ที่รวมกันมีรูปแบบและ Schema ที่สอดคล้องกัน

ถ้าแต่ละไฟล์มีหลาย Sheet ต้องทำอย่างไร?

ต้องกำหนดว่าจะดึง Sheet หรือ Table ใดเป็นหลัก และให้โครงสร้างของ Object ที่เลือกสอดคล้องกัน กรณีซับซ้อนอาจต้องปรับขั้นตอน Transform Sample File เพิ่ม

Power Query รวมไฟล์จากหลาย Folder ได้ไหม?

ทำได้หลายแนวทาง แต่สำหรับผู้เริ่มต้นควรเริ่มจาก Folder เดียวที่ควบคุมไฟล์ได้ง่ายก่อน หากมีโครงสร้างหลาย Folder หรือ SharePoint ควรวางแผน Source ให้ชัดเจน

Power Query เหมาะกับงานแบบไหนที่สุด?

เหมาะมากกับงานที่ต้องนำเข้า รวม Clean หรือ Transform ข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ โดยเฉพาะงานรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และข้อมูลจากหลายสาขา

ถ้างานคุณมีหลายไฟล์ทุกเดือน Power Query ช่วยลดงานซ้ำได้มาก

คอร์ส Excel Power Query ของ Excel Speed Work เน้นตั้งแต่การนำเข้าข้อมูล รวมหลายไฟล์ Clean / Transform Data ไปจนถึงการสร้างขั้นตอนที่นำกลับมาใช้กับข้อมูลรอบใหม่ และ Refresh เพื่อทำงานต่อได้เป็นระบบขึ้น

ดูรายละเอียดคอร์ส Excel Power Query →