EXCEL SPEED WORK · YEAR CONVERSION GUIDE
วิธีแปลง ค.ศ. เป็น พ.ศ. และ พ.ศ. เป็น ค.ศ. ใน Excel
บวกหรือลบ 543 ใช้เมื่อไร? วันที่จริงกับข้อความต่างกันอย่างไร? เรียนรู้วิธีแปลงปีและแสดงวันที่ให้ถูกต้อง พร้อมสูตรและตารางตัวอย่างที่ทำตามได้ทันทีครับ
เคยไหมครับ? ได้ข้อมูลจากระบบ HR, ERP หรือไฟล์ที่เพื่อนร่วมงานส่งมา แล้วต้องเปลี่ยนปี ค.ศ. เป็น พ.ศ. เพื่อทำรายงาน หรือได้รับวันที่ พ.ศ. มาแล้วต้องแปลงกลับให้ Excel คำนวณได้ บางคนใช้สูตรบวกหรือลบ 543 แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดูถูกต้อง แต่เมื่อนำไปคำนวณหรือทำ Pivot Table กลับพบว่าปีคลาดเคลื่อน ปัญหานี้แก้ได้ง่ายขึ้นมากเมื่อเราแยกให้ชัดว่า กำลังแปลงตัวเลขปี หรือกำลังเปลี่ยนการแสดงผลของวันที่จริง ครับ
เข้าใจก่อน: แปลงปี กับ เปลี่ยนการแสดงวันที่
ก่อนเลือกสูตร เราต้องแยกก่อนว่าข้อมูลที่มีเป็น ตัวเลขปี หรือ วันที่จริง เพราะสองอย่างนี้ใช้วิธีจัดการไม่เหมือนกันครับ
| สิ่งที่มีอยู่ | ตัวอย่าง | สิ่งที่ต้องการ | วิธีที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| ตัวเลขปี ค.ศ. | 2026 | ตัวเลขปี พ.ศ. 2569 | บวก 543 |
| ตัวเลขปี พ.ศ. | 2569 | ตัวเลขปี ค.ศ. 2026 | ลบ 543 |
| วันที่จริง | 31/08/2026 | แสดงเป็น 31/08/2569 | เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผล |
| ข้อความวันที่ พ.ศ. | 31/08/2569 (Text) | วันที่จริง 31/08/2026 | แยกวัน เดือน ปี แล้วสร้าง Date ใหม่ |
พ.ศ. กับ ค.ศ. ต่างกัน 543 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องบวกหรือลบ 543 กับวันที่จริงทุกครั้งครับ ถ้าต้องการเพียงเปลี่ยนปีที่มองเห็น ให้ใช้การจัดรูปแบบ ไม่ใช่สร้างวันที่ใหม่
Excel เก็บวันที่อย่างไร?
Excel เก็บวันที่จริงเป็นตัวเลข Serial Number แล้วใช้ Number Format กำหนดว่าจะให้แสดงเป็นวัน เดือน ปี แบบไหน ตัวอย่างเช่น วันที่ 31 สิงหาคม 2026 สามารถแสดงเป็น 31/08/2026 หรือ 31/08/2569 ได้ตามรูปแบบปฏิทินที่เลือก โดยยังเป็นวันเดียวกันครับ
=DATE(2026,8,31)ตัวอย่างนี้ใช้ปี ค.ศ. 2026 เพื่อสร้างวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ถ้าเซลล์ B2 เก็บวันที่นี้จริง เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยสูตรต่อไปนี้
=ISNUMBER(B2)=YEAR(B2)โดยทั่วไป ISNUMBER จะได้ TRUE และ YEAR จะได้ 2026 แม้เซลล์จะถูกจัดรูปแบบให้แสดงปี พ.ศ. ก็ตามครับ อย่างไรก็ตาม ISNUMBER เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลขนั้นเป็นวันที่ที่ถูกต้อง ต้องตรวจสอบค่าต้นทางด้วย
วิธีแปลงตัวเลขปี ค.ศ. และ พ.ศ. ด้วยสูตร
กรณีนี้ง่ายที่สุดครับ ถ้าข้อมูลเป็นตัวเลขปี 4 หลัก เช่น 2026 หรือ 2569 และต้องการแปลงเป็นอีกระบบหนึ่ง ให้บวกหรือลบ 543 ได้โดยตรง
| A | B | C | D | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Employee ID | ปี ค.ศ. | ปี พ.ศ. | แปลงกลับเป็น ค.ศ. |
| 2 | EMP001 | 2026 | 2569 | 2026 |
| 3 | EMP002 | 2025 | 2568 | 2025 |
| 4 | EMP003 | 2024 | 2567 | 2024 |
| 5 | EMP004 | 2027 | 2570 | 2027 |
กำหนดข้อมูลเริ่มที่แถว 2 โดย B เป็นปี ค.ศ. C เป็นปี พ.ศ. และ D ใช้ตรวจสอบการแปลงกลับ
ค.ศ. → พ.ศ. (ใส่ใน C2)
=B2+543ถ้า B2 เท่ากับ 2026 ผลลัพธ์จะเป็น 2569 จากนั้นลากสูตรลงมาทั้งคอลัมน์ได้ครับ
พ.ศ. → ค.ศ. (ใส่ใน D2)
=C2-543ถ้า C2 เท่ากับ 2569 ผลลัพธ์จะเป็น 2026 เหมาะกับข้อมูลที่เก็บปีเป็นตัวเลขแยก เช่น ปีงบประมาณ ปีการศึกษา หรือปีที่ต้องการใช้เป็นเงื่อนไขรายงาน โดยต้องตรวจสอบว่าปีต้นทางใช้ระบบใดครับ
ถ้าไม่ต้องการให้แถวที่ยังไม่มีข้อมูลแสดงผลเป็นตัวเลขปี สามารถตรวจสอบเซลล์ว่างก่อนแล้วค่อยคำนวณได้ครับ
=IF(B2="","",B2+543)สูตรนี้เหมาะกับคอลัมน์ที่มีปี ค.ศ. เป็นตัวเลขอยู่แล้ว ไม่ใช่วันที่จริงที่ถูกจัดรูปแบบให้เห็นปี พ.ศ. ครับ
วันที่จริงอยู่แล้ว: เปลี่ยนให้แสดง พ.ศ. โดยไม่เปลี่ยนวัน
ถ้าใน Excel มีวันที่จริงอยู่แล้ว และต้องการให้แสดงปี พ.ศ. เช่น 31/08/2026 → 31/08/2569 ไม่จำเป็นต้องสร้างวันที่ใหม่ ครับ ให้เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลของเซลล์แทน
ใช้ Format Cells เลือกปฏิทินไทย
- เลือกเซลล์หรือคอลัมน์วันที่ที่ต้องการ
- กด Ctrl + 1 เพื่อเปิด Format Cells
- ไปที่แท็บ Number แล้วเลือก Date
- เลือก Locale (location) เป็น Thai (Thailand) และเลือกรูปแบบวันที่ที่แสดงปี พ.ศ. ตามตัวเลือกที่มีใน Excel ของคุณ
- กด OK แล้วตรวจสอบวันที่ตัวอย่างให้ตรงกับต้นทาง
ชื่อเมนูและตัวเลือกรูปแบบอาจแตกต่างกันตาม Excel, ระบบปฏิบัติการ และการตั้งค่าภาษา หากไม่มีรูปแบบ พ.ศ. ให้ใช้วิธีสร้างข้อความสำหรับแสดงผลในหัวข้อถัดไปแทนครับ
| A | B | C | D | E | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Employee ID | วันที่จริง (ค.ศ.) | ปี ค.ศ. | ปี พ.ศ. | ข้อความแสดงวันที่ พ.ศ. |
| 2 | EMP001 | 31/08/2026 | 2026 | 2569 | 31/08/2569 |
| 3 | EMP002 | 15/01/2025 | 2025 | 2568 | 15/01/2568 |
| 4 | EMP003 | 29/02/2024 | 2024 | 2567 | 29/02/2567 |
| 5 | EMP004 | 01/12/2027 | 2027 | 2570 | 01/12/2570 |
ตัวอย่างนี้กำหนดให้ B เป็นวันที่จริง ไม่ใช่ Text โดยใส่ B2 =DATE(2026,8,31) และใส่วันที่แถวอื่นด้วย DATE เช่นกัน
ดึงปี ค.ศ. จากวันที่จริง (C2)
=YEAR(B2)แสดงตัวเลขปี พ.ศ. ในคอลัมน์ใหม่ (D2)
=YEAR(B2)+543สูตรนี้คืนค่าเป็นตัวเลขปี พ.ศ. เหมาะกับการสร้างคอลัมน์ปีเพื่อสรุปรายงาน แต่ไม่ได้เปลี่ยนวันที่ใน B2 ครับ
สร้างข้อความวันที่ พ.ศ. สำหรับรายงาน (E2)
=TEXT(B2,"dd/mm/")&(YEAR(B2)+543)ตัวอย่างใช้ dd/mm/ สำหรับวันและเดือน แล้วต่อด้วยปี พ.ศ. ที่คำนวณเอง จึงไม่ต้องพึ่งการแสดงปีของรูปแบบวันที่ในเครื่อง
ตัวอย่าง B2 เป็นวันที่จริง 31 สิงหาคม 2026 จะได้ข้อความ 31/08/2569 วิธีนี้เหมาะกับการแสดงบนรายงานหรือส่งออกข้อความ โดยไม่เปลี่ยนค่าต้นฉบับครับ
ผลลัพธ์ของ TEXT เป็นข้อความ ไม่ใช่ Date จริง หากต้องการคำนวณจำนวนวัน Sort ตามเวลา หรือใช้กับ Pivot Table ควรใช้คอลัมน์วันที่จริง B ต่อไป และใช้คอลัมน์ E สำหรับการแสดงผลเท่านั้นครับ
ถ้าต้องการแสดงกลับเป็น ค.ศ.
เลือกวันที่จริงเดิมแล้วเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลเป็นวันที่ ค.ศ. หรือใช้สูตร TEXT เมื่อจำเป็นต้องได้ข้อความสำหรับเอกสารครับ
=TEXT(B2,"dd/mm/")&YEAR(B2)ข้อมูลแยกวัน เดือน ปี พ.ศ.: สร้าง Date จริงด้วย DATE
หากระบบต้นทางส่งข้อมูลแยกเป็น วัน เดือน และปี พ.ศ. เราสามารถนำปี พ.ศ. มาลบ 543 ก่อน แล้วใช้ DATE ประกอบเป็นวันที่จริงได้ครับ วิธีนี้เหมาะกับข้อมูลที่รู้โครงสร้างแน่นอน ไม่ใช่การเดาวันที่จากข้อความ
| A | B | C | D | E | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Employee ID | วัน | เดือน | ปี พ.ศ. | วันที่จริง (ค.ศ.) |
| 2 | EMP001 | 31 | 8 | 2569 | 31/08/2026 |
| 3 | EMP002 | 15 | 1 | 2568 | 15/01/2025 |
| 4 | EMP003 | 29 | 2 | 2567 | 29/02/2024 |
| 5 | EMP004 | 1 | 12 | 2570 | 01/12/2027 |
กำหนด B เป็นวัน C เป็นเดือน D เป็นปี พ.ศ. และ E เป็นวันที่จริงที่ต้องการสร้าง
สูตรสำหรับ E2
=DATE(D2-543,C2,B2)Excel จะนำปี 2569 − 543 = 2026 แล้วประกอบกับเดือน 8 และวันที่ 31 จึงได้วันที่จริง 31 สิงหาคม 2026 จากนั้นกำหนด Format เป็น Date ตามต้องการครับ
| ส่วนของสูตร | ตัวอย่างแถว 2 | ความหมาย |
|---|---|---|
| D2-543 | 2569 − 543 = 2026 | แปลงปี พ.ศ. เป็น ค.ศ. |
| C2 | 8 | เดือนสิงหาคม |
| B2 | 31 | วันที่ 31 |
| DATE(...) | 31/08/2026 | ประกอบเป็นวันที่จริง |
DATE สามารถปรับค่าที่เกินช่วงได้ เช่น วันที่ 32 หรือเดือน 13 อาจถูกเลื่อนไปเป็นวันหรือเดือนถัดไป จึงควรตรวจสอบวัน เดือน ปีต้นทางและเปรียบเทียบผลลัพธ์กับข้อมูลที่ทราบแน่นอนก่อนใช้งานจำนวนมากครับ
วันที่ พ.ศ. เป็น Text: แปลงให้เป็นวันที่จริงอย่างปลอดภัย
อีกกรณีหนึ่งคือข้อมูลจากระบบอื่นมาเป็นข้อความ เช่น 31/08/2569 และ Excel ไม่รู้จักว่าเป็นวันที่จริง กรณีนี้ต้องแปลงจากรูปแบบต้นทางให้ชัดเจนครับ
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ข้อมูล Text รูปแบบ DD/MM/YYYY โดยปีเป็น พ.ศ. 4 หลัก เช่น 31/08/2569 และไม่มีเวลาแทรกอยู่ หากรูปแบบข้อมูลต่างออกไป ต้องปรับวิธีแยกข้อมูลให้ตรงกับต้นทางครับ
| A | B | C | D | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Employee ID | วันที่ พ.ศ. จากระบบ (Text) | วันที่จริง ค.ศ. | ผลตรวจสอบ |
| 2 | EMP001 | 31/08/2569 | 31/08/2026 | ผ่าน |
| 3 | EMP002 | 15/01/2568 | 15/01/2025 | ผ่าน |
| 4 | EMP003 | 29/02/2567 | 29/02/2024 | ผ่าน |
| 5 | EMP004 | 31/02/2569 | 03/03/2026 | ตรวจสอบ |
แถว 5 เป็นตัวอย่างข้อมูลไม่ถูกต้องเพื่อสาธิตการตรวจสอบ DATE อาจปรับวันที่ที่เกินช่วงได้ จึงไม่ควรนำผลลัพธ์ไปใช้งานโดยไม่ตรวจสอบ
ขั้นที่ 1: แยกข้อความแล้วสร้างวันที่จริงใน C2
=IFERROR(DATE(--RIGHT(B2,4)-543,--MID(B2,4,2),--LEFT(B2,2)),"ตรวจสอบวันที่")| ส่วนของสูตร | ตัวอย่าง B2 = 31/08/2569 |
|---|---|
| LEFT(B2,2) | 31 → วัน |
| MID(B2,4,2) | 08 → เดือน |
| RIGHT(B2,4)-543 | 2569 − 543 = 2026 → ปี ค.ศ. |
| DATE(...) | วันที่จริง 31/08/2026 |
เครื่องหมาย -- ช่วยแปลงข้อความตัวเลขที่แยกออกมาให้เป็นตัวเลขก่อนส่งเข้า DATE หากข้อความไม่สามารถแปลงเป็นตัวเลขได้ IFERROR จะแสดง “ตรวจสอบวันที่” แทนครับ
ขั้นที่ 2: ตรวจสอบว่าผลลัพธ์ตรงกับข้อความต้นทาง
สูตร DATE อาจปรับวันที่ที่ไม่มีอยู่จริง เช่น 31 กุมภาพันธ์ ให้กลายเป็นเดือนถัดไป จึงควรตรวจสอบผลลัพธ์อีกชั้นหนึ่งครับ
=IF(B2="","",IFERROR(IF(TEXT(C2,"dd/mm/")&(YEAR(C2)+543)=B2,"ผ่าน","ตรวจสอบ"),"ตรวจสอบ"))สูตรนี้นำวันที่จริงใน C2 มาแสดงกลับเป็นข้อความ พ.ศ. รูปแบบเดียวกับต้นทาง แล้วเปรียบเทียบกับ B2 หากตรงกันจะแสดง “ผ่าน” ถ้าไม่ตรงจะแสดง “ตรวจสอบ” ครับ
แถวที่ได้ “ตรวจสอบ” ต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลต้นทางก่อน ไม่ควรแก้ด้วยการเดาหรือยอมรับวันที่ที่ DATE ปรับให้โดยอัตโนมัติ หากข้อมูลมีหลายรูปแบบปะปนกัน แนะนำให้แยกประเภทข้อมูลก่อนแปลงครับ
ถ้าได้รับไฟล์ประเภทนี้ซ้ำทุกเดือน สามารถนำหลักการเดียวกันไปสร้างขั้นตอนใน Power Query เพื่อแปลง ตรวจสอบ และ Refresh ได้ แต่ต้องกำหนดรูปแบบวันที่และปฏิทินต้นทางให้ถูกต้องก่อนครับ
ข้อควรระวัง: สูตร DATE บวก/ลบ 543 จากบทความเดิม
บทความ Excel Speed Work เดิมเคยแนะนำการใช้ DATE ร่วมกับ YEAR, MONTH และ DAY โดยบวกหรือลบ 543 เพื่อแปลงปีครับ สูตรเหล่านี้สามารถสร้างวันที่ใหม่ได้จริง แต่มีข้อควรระวังสำคัญเมื่อใช้กับ Date ที่เป็นวันที่จริงอยู่แล้ว
=DATE(YEAR(B9)+543,MONTH(B9),DAY(B9))=DATE(YEAR(B17)-543,MONTH(B17),DAY(B17))หาก B9 เป็นวันที่จริง 31/08/2026 สูตรแรกจะสร้างวันที่ในปี ค.ศ. 2569 ซึ่งเป็นคนละวันในความหมายของข้อมูลวันที่ ไม่ใช่เพียงแสดงวันที่เดิมเป็นปี พ.ศ. ส่วนสูตรที่สองจะลบ 543 จากปีของวันที่จริงที่ Excel อ่านได้อยู่แล้ว จึงอาจทำให้ได้ปีที่ไม่ตรงกับเจตนาครับ
| เป้าหมาย | วิธีที่เหมาะสม |
|---|---|
| มีปี ค.ศ. 2026 ต้องการปี พ.ศ. 2569 | ใช้ =2026+543 หรืออ้างอิงเซลล์ปี |
| มีวันที่จริง 31/08/2026 ต้องการแสดง 31/08/2569 | ใช้ Format Cells หรือข้อความแสดงผล |
| มีปี พ.ศ. 2569 แยกจากวันและเดือน ต้องการ Date จริง | ใช้ DATE(2569-543,เดือน,วัน) |
| มีข้อความ 31/08/2569 ต้องการ Date จริง | แยกวัน เดือน ปี พ.ศ. แล้วแปลงพร้อมตรวจสอบ |
สูตร DATE ที่บวกหรือลบ 543 เหมาะกับกรณีที่ตั้งใจสร้างวันที่ใหม่จากปีที่ต้องแปลงจริงๆ เท่านั้น ไม่ควรใช้เพื่อเปลี่ยนหน้าตาของวันที่จริงที่ถูกต้องอยู่แล้วครับ
สำหรับข้อมูลเก่าก่อนปี พ.ศ. 2484 ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์การนับปีของเอกสารต้นทางเพิ่มเติม เพราะการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ในประวัติศาสตร์ไทยอาจทำให้การเทียบปีในบางช่วงไม่ใช่การบวกหรือลบ 543 แบบตรงไปตรงมาเสมอ บทความนี้จึงใช้ตัวอย่างวันที่สมัยปัจจุบันครับ
Workshop: แปลงปีและตรวจสอบผลลัพธ์ด้วยตัวเอง
ลองฝึกจากข้อมูลชุดเดียวกันครับ โดยเริ่มจากสร้าง Worksheet ใหม่ แล้วกรอกหัวตารางและข้อมูลตามตำแหน่งด้านล่าง
| A | B | C | D | E | F | G | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Employee ID | วันที่จริง (ค.ศ.) | ปี ค.ศ. | ปี พ.ศ. | ข้อความวันที่ พ.ศ. | ปี ค.ศ. ที่แปลงกลับ | ตรวจสอบวันที่ |
| 2 | EMP001 | 31/08/2026 | 2026 | 2569 | 31/08/2569 | 2026 | TRUE |
| 3 | EMP002 | 15/01/2025 | 2025 | 2568 | 15/01/2568 | 2025 | TRUE |
| 4 | EMP003 | 29/02/2024 | 2024 | 2567 | 29/02/2567 | 2024 | TRUE |
| 5 | EMP004 | 01/12/2027 | 2027 | 2570 | 01/12/2570 | 2027 | TRUE |
คอลัมน์ B ต้องเป็นวันที่จริง คอลัมน์ C, D, F เป็นตัวเลขปี และ E เป็นข้อความสำหรับแสดงผล
เตรียมวันที่จริงในคอลัมน์ B
เพื่อให้ข้อมูลตัวอย่างไม่ขึ้นกับการตีความข้อความวันที่ของแต่ละเครื่อง ให้ใช้ DATE สร้างวันที่จริงใน B2–B5 ตามลำดับครับ
=DATE(2026,8,31)=DATE(2025,1,15)=DATE(2024,2,29)=DATE(2027,12,1)จากนั้นจัดรูปแบบคอลัมน์ B ให้แสดงวันที่ ค.ศ. ตามต้องการครับ
เขียนสูตรที่แถว 2 แล้วลากลง
| คอลัมน์ | สูตรที่ใส่ในแถว 2 | ผลลัพธ์ที่ต้องการ |
|---|---|---|
| C — ปี ค.ศ. | =YEAR(B2) | 2026 |
| D — ปี พ.ศ. | =C2+543 | 2569 |
| E — วันที่ พ.ศ. (Text) | =TEXT(B2,"dd/mm/")&D2 | 31/08/2569 |
| F — แปลงกลับเป็น ค.ศ. | =D2-543 | 2026 |
| G — ตรวจสอบวันที่ | =ISNUMBER(B2) | TRUE |
หากต้องการคัดลอกสูตรทีละตัว ใช้กล่องด้านล่างได้เลยครับ
=YEAR(B2)=C2+543=TEXT(B2,"dd/mm/")&D2=D2-543=ISNUMBER(B2)เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว ลองเปลี่ยนรูปแบบวันที่ใน B2 เป็นปฏิทินไทย แล้วตรวจสอบว่าค่าใน C2, D2 และ F2 ยังถูกต้องตามเดิมครับ วิธีนี้จะช่วยให้เห็นชัดว่าการจัดรูปแบบกับการคำนวณปีเป็นคนละเรื่องกัน
อย่าใช้เพียง TRUE จาก ISNUMBER เป็นหลักฐานว่าวันที่ถูกต้องทั้งหมด ควรตรวจสอบช่วงปี ความสมเหตุสมผลของวันเดือนปี และเปรียบเทียบกับข้อมูลต้นทางที่ทราบแน่นอนด้วยครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค.ศ. และ พ.ศ. ใน Excel
พ.ศ. เป็น ค.ศ. ใน Excel ต้องลบเท่าไร?
สำหรับตัวเลขปีตามการนับปีปัจจุบัน ให้ลบ 543 เช่น 2569 − 543 = 2026 แต่ถ้าเป็นวันที่จริงที่เพียงแสดงผลเป็น พ.ศ. ไม่ต้องลบปีซ้ำครับ
ทำไม YEAR(A2) ได้ 2026 ทั้งที่เซลล์แสดง 2569?
เพราะเซลล์อาจเป็นวันที่จริงที่ถูกจัดรูปแบบให้แสดงปี พ.ศ. โดย YEAR อ่านปีจากค่าภายในของวันที่จริง ไม่ใช่ปีที่มองเห็นบนหน้าจอครับ
ใช้ =YEAR(A2)+543 เพื่อแสดงปี พ.ศ. ได้ไหม?
ได้ครับ เมื่อ A2 เป็นวันที่จริงที่ถูกต้อง สูตรนี้คืนค่าตัวเลขปี พ.ศ. เหมาะสำหรับคอลัมน์ปีของรายงาน แต่ไม่ได้เปลี่ยนวันที่เดิม
ใช้ DATE(YEAR(A2)+543,MONTH(A2),DAY(A2)) ได้ไหม?
สูตรนี้สร้างวันที่ใหม่โดยเพิ่มปีจริง 543 ปี จึงไม่เหมาะสำหรับการเปลี่ยนหน้าตาวันที่ ค.ศ. เป็น พ.ศ. หากต้องการแสดงปี พ.ศ. ให้เปลี่ยน Format หรือสร้างข้อความแสดงผลแทนครับ
วันที่ พ.ศ. จากระบบอื่นเป็น Text ต้องทำอย่างไร?
ต้องทราบรูปแบบต้นทางก่อน เช่น DD/MM/YYYY และรู้ว่าปีเป็น พ.ศ. จากนั้นแยกวัน เดือน ปี แปลงปีเป็น ค.ศ. แล้วสร้าง Date จริง พร้อมตรวจสอบผลลัพธ์กับต้นทางครับ
สูตร DATE ทำไมแปลง 31/02/2569 แล้วไม่ขึ้น Error?
DATE สามารถปรับวันหรือเดือนที่เกินช่วงให้เป็นวันที่อื่นได้ จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องของวัน เดือน ปี ก่อนนำผลลัพธ์ไปใช้จริงครับ
ใช้ปี พ.ศ. ใน Pivot Table ได้อย่างไร?
ควรเก็บคอลัมน์วันที่จริงไว้สำหรับการคำนวณและการวิเคราะห์เวลา หากต้องการแสดงปี พ.ศ. สามารถเพิ่มคอลัมน์ตัวเลขปีด้วย YEAR(วันที่)+543 แล้วใช้เป็นฟิลด์สำหรับสรุปรายงานตามความเหมาะสมครับ
ไฟล์เปิดอีกเครื่องแล้วปีเปลี่ยน ต้องแก้ที่ไหน?
ตรวจสอบ Locale, Calendar และ Number Format ของเครื่องปลายทางก่อน เพราะรูปแบบการแสดงผลอาจต่างกัน หากต้องส่งออกปี พ.ศ. เป็นข้อความคงที่ สามารถสร้างคอลัมน์ข้อความแยกได้ โดยเก็บวันที่จริงไว้สำหรับการคำนวณครับ
สรุป: เลือกวิธีแปลงปีให้ตรงกับชนิดข้อมูล
การแปลง ค.ศ. และ พ.ศ. ใน Excel ไม่ยากครับ แต่ต้องเริ่มจากดูว่าข้อมูลต้นทางเป็นตัวเลขปี วันที่จริง หรือข้อความวันที่ เพราะแต่ละแบบต้องใช้วิธีต่างกัน
| สถานการณ์ | วิธีที่ควรเลือก |
|---|---|
| มีตัวเลขปี ค.ศ. | บวก 543 |
| มีตัวเลขปี พ.ศ. | ลบ 543 |
| วันที่จริง ต้องการแสดง พ.ศ. | เปลี่ยน Number Format หรือสร้างข้อความสำหรับแสดงผล |
| วันที่ พ.ศ. แยกวัน เดือน ปี | แปลงปีแล้วใช้ DATE |
| ข้อความวันที่ พ.ศ. จากระบบอื่น | แยกข้อมูลตามรูปแบบที่ทราบ แล้วแปลงและตรวจสอบ |
ปีที่แสดงผล ≠ ปีที่อยู่ในวันที่จริง หากเพียงต้องการเปลี่ยนหน้าตา ให้เปลี่ยน Format แต่ถ้าต้องการสร้างวันที่ใหม่จากปี พ.ศ. ให้แปลงปีเป็น ค.ศ. ก่อน แล้วตรวจสอบผลลัพธ์กับต้นทางครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหานี้เรียบเรียงและขยายจาก บทความเดิมของ Excel Speed Work โดยเพิ่มคำอธิบายเรื่องวันที่จริง การจัดรูปแบบ และการตรวจสอบข้อมูล อ้างอิงเพิ่มเติม: Microsoft Support: DATE · YEAR · TEXT